
หยุดเสี่ยงกับหลอดอินฟราเรดแบบ SWIR ของคุณเถอะ
การสั่งซื้อหลอดอินฟราเรดแบบ SWIR โดยอาศัยหมายเลขชิ้นส่วนนั้น เหมือนกับการเดาเลยทีเดียว เราเห็นกรณีแบบนี้บ่อยมาก ลูกค้าเลือกหลอดไฟมาใช้งานเพราะกำลังไฟและความยาวของหลอดนั้นตรงกับข้อมูลในคู่มือ แต่สุดท้ายหลอดนั้นกลับมีรูปร่างผิดปกติ หรือแตกหลังจากใช้งานไปเพียงสามเดือนเท่านั้น
ปัญหามักไม่ได้อยู่ที่หลอดไฟเอง แต่อยู่ที่องค์ประกอบอื่นๆ รอบๆ หลอดไฟต่างหาก
ปัญหาก็คือเรื่องความร้อน
หลอดอินฟราเรดมีพลังงานสูงมาก มันสามารถทำลายวัสดุต่างๆ เช่น PET หรือ HDPE ได้อย่างรุนแรง แต่เมื่อพูดถึงแรงดันไฟฟ้า 230V หรือ 400V นั้น เราไม่ได้พูดถึงเพียงแค่กำลังไฟเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความหนาแน่นของความร้อนด้วย
หากนำหลอดที่มีกำลังไฟสูงมาใส่ไว้ในพื้นที่จำกัด ก็จะเกิดความดันความร้อนสูงมาก หากตัวสะท้อนแสงมีรอยขีดข่วน หรือการไหลเวียนของอากาศไม่ดี ความร้อนก็จะไม่มีที่ไป และจะสะท้อนกลับมาที่ตัวหลอดอีกครั้ง ทำให้ตัวหลอดเสียหายได้เลย
องค์ประกอบเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำลายอุปกรณ์ของคุณ
เราใช้ควอตซ์ที่มีฮาโลเจนเพื่อรักษาอุณหภูมิของไส้หลอดให้คงที่ ส่วนสารเคลือบบนตัวหลอดนั้น ก็ไม่ใช่เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่เพื่อให้แสงส่องไปยังจุดที่วัสดุต้องการรับแสงนั่นเอง
นอกจากนี้ยังมีตัวเชื่อมต่อต่างๆ เช่น R7s, SK15 ฯลฯ ซึ่งเป็นจุดที่อันตรายมาก หากสายเชื่อมต่อไม่ถูกต้อง ก็จะเกิดแรงต้าน และแรงต้านนั้นก็จะกลายเป็นความร้อน จนในที่สุดก็ทำให้ตัวหลอดเสียหายได้
ราคาของความเร็ว
ทุกคนต่างก็อยากให้กระบวนการทำงานเร็วขึ้น กำลังไฟที่สูงขึ้นก็จะช่วยให้เป็นเช่นนั้นได้ แต่การใช้กำลังไฟ 2500W ผ่านหลอดที่มีความยาว 300 มม. จะสร้างความกดดันให้กับระบบระบายความร้อนอย่างมาก อุณหภูมิรอบๆ หลอดก็จะสูงขึ้นด้วย
หากระบบระบายอากาศไม่เพียงพอ อายุการใช้งานของหลอดก็จะลดลงอย่างมาก
นั่นคือเหตุผลที่เราต้องทำการวินิจฉัยในสถานที่จริง เราต้องการให้มั่นใจว่าระบบระบายความร้อนสามารถรับมือกับความร้อนที่เกิดขึ้นได้ เราไม่ได้แค่ส่งหลอดมาให้คุณเท่านั้น แต่เรายังต้องการให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ของคุณจะไม่เสียหายเพราะหลอดนั้นด้วย