
หากคุณมีปัญหาเรื่องโรคภูมิแพ้ การใช้เครื่องทำความร้อนในช่วงฤดูหนาวอาจทำให้คุณต้องเลือกระหว่างความสบายกับอาการคัดจมูกและความรู้สึกไม่สบายตัว เครื่องทำความร้อนแบบลมเย็นจะทำให้ฝุ่นละอองเพิ่มขึ้น และดูดความชื้นออกจากอากาศ จนทำให้โพรงจมูกตึงและคอรู้สึกแสบร้อน แต่เครื่องทำความร้อนแบบอินฟราเรดนั้นใช้วิธีที่แตกต่างออกไป โดยจะให้ความร้อนโดยตรงกับผิวหนังและพื้นผิวต่างๆ โดยไม่ต้องพัดลมเพื่อผลักอากาศไปมา
สิ่งที่สำคัญภายในเครื่อง
เครื่องทำความร้อนแบบอินฟราเรดจะแผ่ความร้อนออกมา ลองนึกถึงแสงอาทิตย์ดูสิ แต่ไม่มีรังสียูวี ภายในเครื่องทำความร้อนแบบอินฟราเรดมักจะมีองค์ประกอบเป็นไฟเบอร์คาร์บอนหรือท่อควอตซ์ ซึ่งจะทำให้เครื่องร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว และให้ความร้อนในทิศทางที่กำหนดไว้ คุณจะรู้สึกสบายทันที เพราะความร้อนจะแผ่ไปตามเส้นตรง โดยไม่กระทบกับอากาศรอบๆ
เครื่องทำความร้อนแบบอินฟราเรดส่วนใหญ่ใช้ไฟฟ้าแรงดัน 120 โวลต์ มีกำลังไฟอยู่ระหว่าง 600 ถึง 1500 วัตต์ และมีขนาดกะทัดรัด จึงไม่กินพื้นที่มาก สำหรับความปลอดภัย ควรเลือกเครื่องที่มีเทอร์โมสแตท ระบบป้องกันการล้ม และเซ็นเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิที่สูงเกินไป
ทำไมเครื่องนี้ถึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาเรื่องโรคภูมิแพ้
เนื่องจากความร้อนแบบอินฟราเรดไม่ต้องพึ่งการเคลื่อนที่ของอากาศ จึงไม่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองและสารก่อภูมิแพ้ ไม่มีพัดลม จึงไม่มีการเคลื่อนที่ของอนุภาคฝุ่น และไม่มีระบบท่อสำหรับผลักอากาศออกมา คุณจะได้รับความร้อนที่อ่อนโยนและสม่ำเสมอ ซึ่งช่วยให้คุณหายใจได้ง่ายขึ้น
สำหรับครอบครัวที่มีปัญหาเรื่องโรคภูมิแพ้ นั่นหมายความว่าจะมีอาการจามน้อยลง คอไม่แสบร้อน และบรรยากาศภายในบ้านก็จะสงบขึ้น นอกจากนี้ ความร้อนยังสม่ำเสมอ ไม่มีความร้อนที่รุนแรงหรือบริเวณที่หนาวเย็น คุณจะรู้สึกสบายในบริเวณที่คุณอยู่เสมอ
ข้อควรระวังในการใช้งาน
ความร้อนแบบอินฟราเรดมีทิศทางที่ชัดเจน ดังนั้นการวางตำแหน่งเครื่องจึงมีความสำคัญ ควรวางเครื่องไปในทิศทางที่คุณนั่งอยู่ คุณจะรู้สึกสบายทันที อากาศรอบๆ มักจะเย็นกว่าเมื่อใช้เครื่องทำความร้อนแบบคอนเวคชัน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อากาศไม่แห้งเกินไป
ควรเลือกเครื่องที่เหมาะสมกับขนาดห้อง และวางเครื่องบนพื้นผิวที่เรียบ หากคุณต้องการความร้อนที่ครอบคลุมพื้นที่ห้องมากขึ้น ควรใช้เครื่องทำความร้อนแบบอินฟราเรดร่วมกับพัดลมเพดานเพื่อให้อากาศไหลเวียน โดยไม่ก่อให้เกิดฝุ่นละออง